ทันข่าว ทันเหตุการณ์ ทันกฏหมาย
วันที่: 23 มิถุนายน 2569 เวลา 18:06:24

เข้าสู่ระบบ

HR's NEWS by worapong.net หน้าหลัก
ข่าวสารต่างๆ
บริการ
เกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา
" ทันข่าว ทันเหตุการณ์ ทันกฏหมาย "
- วรพงษ์ รวิรัฐ -

Visited +149 Times 06/02/2026 11:02:13

: คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8260 – 8262/2559 (เงินรางวัลการขายรถยนต์ เป็นค่าจ้างหรือไม่?)

          โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าคอมมิสชั่น พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสาม ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ทั้งสามตามลำดับ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จคำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
          ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทั้งสามเป็นลูกจ้างของจำเลย ตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาดเช่าซื้อรถใหม่ กำหนดจ่ายค่าจ้าจ้างทุกวันที่ 25 ของเดือน โจทก์ที่ 1 ลาออกเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2555 โจทก์ที่ 2 และที่ 3 ลาออกเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2555 จำเลยตกลงจ่ายเงินรางวัลการขายรถยนต์ตันละ 600 บาท เมื่อลูกค้าผ่อนค่างวดครบ 4 งวดแรก ตรงตามกำหนดแต่หากชำระไม่ตรงตามกำหนด โจทก์ทั้งสามจะต้องติดตามให้ลูกค้าชำระให้ครบภายในงวดที่ 5 ถ้าไม่ครบจำเลยจะหักเงินรางวัลจากเงินรางวัลรวมที่ทำได้ในงวดที่ 4 เป็นเงิน 1,800 บาท หากติดตามให้ลูกค้าชำระครบในงวดที่ 5 จำเลยจะคืนเงิน 1,800 บาท พร้อมจ่ายเงินรางวัล 600 บาท รวม 2,400 บาท ให้โจทก์ทั้งสาม ส่วนเงินรางวัลสำหรับการขายประกันคุ้มครองภาระหนี้มีเงื่อนไขว่าจะจ่ายเมื่อลูกค้าชำระตรงกำหนดสี่งวดแรกเป็นเงิน 500 บาท ต่อการขายแต่ละครั้ง และโจทก์ทั้งสามยังได้รับเงินรางวัลจากบริษัทประกันเพิ่มอีกร้อยละ 5 ของค่าเบี้ยประกันเมื่อลูกค้าชำระค่างวดในงวดแรกแล้ว และวินิจฉัยว่าเงินตามฟ้องถือว่าเป็นเงินส่วนหนึ่งที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเพื่อตอบแทนการทำงานโดยคิดตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้สำหรับระยะเวลาทำงานปกติของการทำงาน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5
          ปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ประการแรกของจำเลยว่า เงินรางวัลตามฟ้องเป็นค่าจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้แล้วว่าเงินรางวัลจากการขายรถยนต์ จำเลยตกลงจ่ายให้โจทก์ทั้งสามต่อเมื่อลูกค้าผ่อนค่างวดครบสี่งวดแรกตรงตามกำหนดหากชำระไม่ตรงตามกำหนด โจทก์ทั้งสามก็จะต้องติดตามให้ลูกค้าชำระให้ครบภายในงวดที่ 5 มิฉะนั้นจำเลยจะหักเงินรางวัลจากเงินรางวัลรวมที่ทำได้ในงวดที่ 4 แต่หากโจทก์ทั้งสามติดตามให้ลูกค้าชำชำระครบในงวดที่ 5 แล้ว จำเลยจะคืนให้พร้อมเงินรางวัลที่หักไว้ ส่วนเงินรางวัลสำหรับการขายประกันคุ้มครองภาระหนี้จะจ่ายให้เมื่อลูกค้าชำระตรงตามกำหนดสี่งวดแรกต่อการขายแต่ละครั้ง และเงินรางวัลจากบริษัทประกันเพิ่มอีกร้อยละ 5 ของคำเบี้ยประกันจะได้รับต่อเมื่อลูกค้าค้าชำระค่างวดในงวดแรกแล้วเช่นนี้เห็นได้ว่าการจ่ายเงินรางวัลจากการขายรถยนต์และเงินรางวัลสำหรับการขายประกันคุ้นคุ้มครองภาระหนี้นั้น มุ่งหมายเพื่อเป็นการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในการหาลูกค้าและตรวจสอบความสามารถในการผ่อนชำระเงินค่างวดของลูกค้าเพื่อป้องกันความเสียหายในด้านสินเชื่อเพื่อดความเสี่ยงในการทำธุรกิจของจำเลยอีกทั้งเป็นการกระตุ้นให้พนักงานกระตือรือร้นหาลูกค้าและติดตามเร่งรัดการจ่ายเงินค่าเช่าซื้อให้ตรงตามกำหนด ดังนั้น พนักงานจะมีโอกาสได้รับเงินดังกล่าวมากน้อยเพียงใดจึงขึ้นอยู่กับความขยันและประสิทธิภาพในการทำงานของแต่ละคนส่วนเงินรางวัลเพิ่มอีกร้อยละ 5 ของค่าเบี้ยประกันก็เป็นเงินรางวัลที่โจทก์ทั้งสามได้รับจากบริษัทประกัน มิใช่ได้รับจากจำเลยซึ่งเป็นนายจ้าง ดังนั้น เงินรางวัลตามฟ้องดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเพื่อเป็นค่าตอบแทนในการทำงานโดยตรงตามสัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาการทำงทำงานปกติหรือจ่ายให้โดยคำนวณตามผลงานที่ทำได้ในเวลาทำงานปกติของวันทำงานอันจะถือเป็นค่าจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ.2541 มาตรา 5 อุทธรณ์จำเลยข้อนี้ฟังขึ้น
          ปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยในประการต่อมาว่า โจทก์ทั้งสามมีสิทธิได้รับเงินตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การจ่ายเงินตามฟ้องทั้งสามกรณีนั้น จำเลยกำหนดเงื่อนไขไว้โดยการขายรถยนต์จะจ่ายให้ต่อเมื่อลูกค้าผ่อนคำงวดครบสี่งวดแรกตรงตามกำหนด มิฉะนั้นโจทก์ทั้งสามจะต้องติดตามให้ลูกค้าชำระให้ครบภายในงวดที่ 5 แต่ถ้าไม่ครบก็จะไม่ได้รับเงินรางวัล ส่วนการขายประกันคุ้มครองภาระหนี้จะจ่ายให้ต่อเมื่อลูกค้าชำระตรงกำหนดสี่งวดแรก และเงินรางวัลจากบริษัทประกันจำเลยจะจ่ายให้ต่อเมื่อลูกค้าค้าชำระค่างวดในงวดแรกแล้ว การที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขเช่นนี้ได้โจทก์ทั้งสามจะต้องมีสภาพเป็นพนักงานจนกว่าจะได้ปฏิบัติงานครบกำหนดงวดตามเงื่อนไขดังกล่าวเสียก่อนจึงจะมีสิทธิได้รับเงินรางวัล ทั้งจำเลยจะจ่ายเงินรางวัลให้กับพนักงานที่ยังคงมีสถานภาพเป็นพนักงานในวันที่จ่ายเท่านั้น เมื่อโจทก์ทั้งสามลาออกจากการเป็นลูกจ้างเป็นการพ้นสถานภาพการเป็นพนักงานไปก่อนในวันที่จ่าย โจทก์ทั้งสามจึงไม่มีสิทธิได้รับเงินรางวัลตามฟ้อง ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินรางวัลและคืนเงินที่มีการหักไว้มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้นเช่นกัน ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยข้ออื่นไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสาม
          คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8260 – 8262/2559 

สมัครสมาชิก เพื่อปรึกษาและสอบถามปัญหา HR กับ วรพงษ์ รวิรัฐ และผู้เชี่ยวชาญจาก HR's NEWS โดยตรงผ่านกลุ่มไลน์สมาชิก Exclusive

Link Share -

ข่าวล่าสุด

PMAT จัดงานช้าง เข้าฟังฟรี! ลงทะเบียนด่วน
08/06/2026 | ลงทะเบียนเข้าร่วมอบรม
สรุปผลการลงทะเบียนเลือกตั้งสำนักงานประกันสังคม
08/06/2026 | ดูวิธีการลงทะเบียนเลือกตั้ง
ข้อความแสดงสิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง สัญลักษณ์เตือนอันตราย และเครื่องหมายเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
08/06/2026 | วรพงษ์ รวิรัฐ
ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง นโยบายและการปฏิบัติด้านนสิทธิมนุษยชนของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
08/06/2026 | ที่มา: กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
Bolt ไล่รีเซ็ต HR ใหม่ทั้งระบบ
08/06/2026 | โดย: อาจารย์กฤษฎ์ อุทัยรัตน์

ข่าวยอดนิยม

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศกฎใหม่ รปภ. ทำงานเกิน 8 ชั่วโมง ต้องได้รับค่าโอที 1.25 เท่าหลังทำงาน 8 ชม. 2.5 เท่าในวันหยุด มีผลบังคับใช้ 24 เมษายน 2569
04/10/2025 | วรพงษ์ รวิรัฐ
: คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 1338/2563
04/10/2025 | วรพงษ์ รวิรัฐ
: นายจ้างสามารถบังคับให้ลูกจ้างตรวจหาสารเสพติดได้หรือไม่?
05/09/2025 | วรพงษ์ รวิรัฐ
ประเด็นข้อกฎหมายแรงงาน ที่อาจจะทำให้ผู้ฝ่าฝืนได้รับโทษ จำคุก หรือ ทั้งจำทั้งปรับ : วิเคราะห์และกรณีศึกษา
05/01/2026 | แบบฟอร์มลงทะเบียน
: คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5307/2567 (2)
04/10/2025 | วรพงษ์ รวิรัฐ

แนวคำพิพากษาศาลฏีกาและแนวหลักกฏหมายที่น่าสนใจ (11,708)

: คำพิพากษาคดีชำนัญพิเศษที่ 1177/2564 (ทำงานล่วงเวลาต่างจากการทำ(งาน)บุญให้บริษัทนายจ้าง)
08/06/2026 | วรพงษ์ รวิรัฐ
: ข้อกฏหมายว่าด้วยเรื่อง การลดค่าจ้าง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
08/06/2026 | วรพงษ์ รวิรัฐ
: คำพิพากษาฏีกาที่ 1963/2560
08/06/2026 | วรพงษ์ รวิรัฐ
: ฎีกาที่ 3184/2540 (ลูกจ้างด่าหัวหน้าต่อหน้าพนักงานอื่นว่า ตอแหล ถือเป็นความผิดร้ายแรงหรือไม่?)
06/05/2026 | วรพงษ์ รวิรัฐ
: ฎีกาที่ 2158/2557 (นายจ้างตักเตือนลูกจ้างด้วยวาจาหลายครั้ง แต่ลูกจ้างยังคงฝ่าฝืนอีก อย่างนี้ถือเป็นความผิดร้ายแรงหรือไม่?)
06/05/2026 | วรพงษ์ รวิรัฐ


" ทันข่าว ทันเหตุการณ์ ทันกฏหมาย "
by worapong.net

ติดต่อเรา

วรพงษ์ รวิรัฐ เลขที่ 24 ซ.สุดประเสริฐ 2 ถนนสุทธิสาร-วินิจฉัย แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

02-275-8105

Copyrights © 2026 All Rights Reserved. worapong.net Version 1.0. Designed by webbeedev.com. +82,774 Times.

×