Visited +177 Times 06/02/2026 11:02:13
: คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8260 – 8262/2559 (เงินรางวัลการขายรถยนต์ เป็นค่าจ้างหรือไม่?)
โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าคอมมิสชั่น พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสาม ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ทั้งสามตามลำดับ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จคำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทั้งสามเป็นลูกจ้างของจำเลย ตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาดเช่าซื้อรถใหม่ กำหนดจ่ายค่าจ้าจ้างทุกวันที่ 25 ของเดือน โจทก์ที่ 1 ลาออกเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2555 โจทก์ที่ 2 และที่ 3 ลาออกเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2555 จำเลยตกลงจ่ายเงินรางวัลการขายรถยนต์ตันละ 600 บาท เมื่อลูกค้าผ่อนค่างวดครบ 4 งวดแรก ตรงตามกำหนดแต่หากชำระไม่ตรงตามกำหนด โจทก์ทั้งสามจะต้องติดตามให้ลูกค้าชำระให้ครบภายในงวดที่ 5 ถ้าไม่ครบจำเลยจะหักเงินรางวัลจากเงินรางวัลรวมที่ทำได้ในงวดที่ 4 เป็นเงิน 1,800 บาท หากติดตามให้ลูกค้าชำระครบในงวดที่ 5 จำเลยจะคืนเงิน 1,800 บาท พร้อมจ่ายเงินรางวัล 600 บาท รวม 2,400 บาท ให้โจทก์ทั้งสาม ส่วนเงินรางวัลสำหรับการขายประกันคุ้มครองภาระหนี้มีเงื่อนไขว่าจะจ่ายเมื่อลูกค้าชำระตรงกำหนดสี่งวดแรกเป็นเงิน 500 บาท ต่อการขายแต่ละครั้ง และโจทก์ทั้งสามยังได้รับเงินรางวัลจากบริษัทประกันเพิ่มอีกร้อยละ 5 ของค่าเบี้ยประกันเมื่อลูกค้าชำระค่างวดในงวดแรกแล้ว และวินิจฉัยว่าเงินตามฟ้องถือว่าเป็นเงินส่วนหนึ่งที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเพื่อตอบแทนการทำงานโดยคิดตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้สำหรับระยะเวลาทำงานปกติของการทำงาน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5
ปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ประการแรกของจำเลยว่า เงินรางวัลตามฟ้องเป็นค่าจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้แล้วว่าเงินรางวัลจากการขายรถยนต์ จำเลยตกลงจ่ายให้โจทก์ทั้งสามต่อเมื่อลูกค้าผ่อนค่างวดครบสี่งวดแรกตรงตามกำหนดหากชำระไม่ตรงตามกำหนด โจทก์ทั้งสามก็จะต้องติดตามให้ลูกค้าชำระให้ครบภายในงวดที่ 5 มิฉะนั้นจำเลยจะหักเงินรางวัลจากเงินรางวัลรวมที่ทำได้ในงวดที่ 4 แต่หากโจทก์ทั้งสามติดตามให้ลูกค้าชำชำระครบในงวดที่ 5 แล้ว จำเลยจะคืนให้พร้อมเงินรางวัลที่หักไว้ ส่วนเงินรางวัลสำหรับการขายประกันคุ้มครองภาระหนี้จะจ่ายให้เมื่อลูกค้าชำระตรงตามกำหนดสี่งวดแรกต่อการขายแต่ละครั้ง และเงินรางวัลจากบริษัทประกันเพิ่มอีกร้อยละ 5 ของคำเบี้ยประกันจะได้รับต่อเมื่อลูกค้าค้าชำระค่างวดในงวดแรกแล้วเช่นนี้เห็นได้ว่าการจ่ายเงินรางวัลจากการขายรถยนต์และเงินรางวัลสำหรับการขายประกันคุ้นคุ้มครองภาระหนี้นั้น มุ่งหมายเพื่อเป็นการจูงใจให้พนักงานทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในการหาลูกค้าและตรวจสอบความสามารถในการผ่อนชำระเงินค่างวดของลูกค้าเพื่อป้องกันความเสียหายในด้านสินเชื่อเพื่อดความเสี่ยงในการทำธุรกิจของจำเลยอีกทั้งเป็นการกระตุ้นให้พนักงานกระตือรือร้นหาลูกค้าและติดตามเร่งรัดการจ่ายเงินค่าเช่าซื้อให้ตรงตามกำหนด ดังนั้น พนักงานจะมีโอกาสได้รับเงินดังกล่าวมากน้อยเพียงใดจึงขึ้นอยู่กับความขยันและประสิทธิภาพในการทำงานของแต่ละคนส่วนเงินรางวัลเพิ่มอีกร้อยละ 5 ของค่าเบี้ยประกันก็เป็นเงินรางวัลที่โจทก์ทั้งสามได้รับจากบริษัทประกัน มิใช่ได้รับจากจำเลยซึ่งเป็นนายจ้าง ดังนั้น เงินรางวัลตามฟ้องดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเพื่อเป็นค่าตอบแทนในการทำงานโดยตรงตามสัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาการทำงทำงานปกติหรือจ่ายให้โดยคำนวณตามผลงานที่ทำได้ในเวลาทำงานปกติของวันทำงานอันจะถือเป็นค่าจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ.2541 มาตรา 5 อุทธรณ์จำเลยข้อนี้ฟังขึ้น
ปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยในประการต่อมาว่า โจทก์ทั้งสามมีสิทธิได้รับเงินตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การจ่ายเงินตามฟ้องทั้งสามกรณีนั้น จำเลยกำหนดเงื่อนไขไว้โดยการขายรถยนต์จะจ่ายให้ต่อเมื่อลูกค้าผ่อนคำงวดครบสี่งวดแรกตรงตามกำหนด มิฉะนั้นโจทก์ทั้งสามจะต้องติดตามให้ลูกค้าชำระให้ครบภายในงวดที่ 5 แต่ถ้าไม่ครบก็จะไม่ได้รับเงินรางวัล ส่วนการขายประกันคุ้มครองภาระหนี้จะจ่ายให้ต่อเมื่อลูกค้าชำระตรงกำหนดสี่งวดแรก และเงินรางวัลจากบริษัทประกันจำเลยจะจ่ายให้ต่อเมื่อลูกค้าค้าชำระค่างวดในงวดแรกแล้ว การที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขเช่นนี้ได้โจทก์ทั้งสามจะต้องมีสภาพเป็นพนักงานจนกว่าจะได้ปฏิบัติงานครบกำหนดงวดตามเงื่อนไขดังกล่าวเสียก่อนจึงจะมีสิทธิได้รับเงินรางวัล ทั้งจำเลยจะจ่ายเงินรางวัลให้กับพนักงานที่ยังคงมีสถานภาพเป็นพนักงานในวันที่จ่ายเท่านั้น เมื่อโจทก์ทั้งสามลาออกจากการเป็นลูกจ้างเป็นการพ้นสถานภาพการเป็นพนักงานไปก่อนในวันที่จ่าย โจทก์ทั้งสามจึงไม่มีสิทธิได้รับเงินรางวัลตามฟ้อง ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินรางวัลและคืนเงินที่มีการหักไว้มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้นเช่นกัน ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยข้ออื่นไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสาม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8260 – 8262/2559
กดเข้าร่วมรับข่าวสาร HR ฟรี ! › เพื่อปรึกษาและสอบถามปัญหา HR กับ วรพงษ์ รวิรัฐ และผู้เชี่ยวชาญจาก HR's NEWS โดยตรงใน LINE OPENCHAT
ข่าวล่าสุด
|
AI + HUMAN + ESG กับแนวคิดการบริหารแบบญี่ปุ่นเพื่อการพัฒนาองค์กรและทรัพยากรมนุษย์ ในยุค AI
07/08/2026 | โดย ดร.เอิบ พงบุหงอ
|
|
ปี 2569 ธุรกิจเจ๊งระนาว
07/08/2026 | ที่มา: กระทรวงพาณิชย์
|
|
ตามคำเรียกร้อง! แนวทางการพิจารณาอนุมัติการลา สำหรับหัวหน้างาน
07/08/2026 | วรพงษ์ รวิรัฐ
|
|
โครงการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับเงินสะสมและเงินสมทบเงินสงเคราะห์ลูกจ้าง ผ่านระบบออนไลน์
07/08/2026 | กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
|
|
:
ใบสมัครงานเป็นสัญญาจ้างหรือไม่?
07/08/2026 | วรพงษ์ รวิรัฐ
|
ข่าวยอดนิยม
|
ราชกิจจานุเบกษา ประกาศกฎใหม่ รปภ. ทำงานเกิน 8 ชั่วโมง ต้องได้รับค่าโอที 1.25 เท่าหลังทำงาน 8 ชม. 2.5 เท่าในวันหยุด มีผลบังคับใช้ 24 เมษายน 2569
04/10/2025 | วรพงษ์ รวิรัฐ
|
|
:
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 1338/2563
04/10/2025 | วรพงษ์ รวิรัฐ
|
|
:
นายจ้างสามารถบังคับให้ลูกจ้างตรวจหาสารเสพติดได้หรือไม่?
05/09/2025 | วรพงษ์ รวิรัฐ
|
|
ประเด็นข้อกฎหมายแรงงาน ที่อาจจะทำให้ผู้ฝ่าฝืนได้รับโทษ จำคุก หรือ ทั้งจำทั้งปรับ : วิเคราะห์และกรณีศึกษา
05/01/2026 | แบบฟอร์มลงทะเบียน
|
|
:
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5307/2567 (2)
04/10/2025 | วรพงษ์ รวิรัฐ
|
แนวคำพิพากษาศาลฏีกาและแนวหลักกฏหมายที่น่าสนใจ (13,757)
|
:
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 711/2569 (ลูกจ้างมีพฤติกรรมไม่เคารพกรรมการบริษัทและยังโต้เถียงลูกค้า)
07/08/2026 | วรพงษ์ รวิรัฐ
|
|
:
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 710/2569 (ทราบคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานแล้ว แต่ไม่ปฏิบัติตาม)
07/08/2026 | วรพงษ์ รวิรัฐ
|
|
:
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 677 681/2569 (ข้อตกลงการจ่ายเงินตอบแทนพิเศษ)
07/08/2026 | อ้างอิง: กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
|
|
:
คำพิพากษาอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 48/2560 (สิทธิการลาป่วย ลากิจ ลูกจ้างมีสิทธิ์ แต่ต้องใช้ให้เหมาะสม)
02/07/2026 | วรพงษ์ รวิรัฐ
|
|
:
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5107/2561 (ขาดงานเกิน 3 วัน นายจ้างเลิกจ้างได้)
02/07/2026 | วรพงษ์ รวิรัฐ
|
วรพงษ์ รวิรัฐ เลขที่ 24 ซ.สุดประเสริฐ 2 ถนนสุทธิสาร-วินิจฉัย แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
ข่าวแรงงานสัมพันธ์ ข่าวประกันสังคม แนวคำพิพากษาศาลฏีกาและแนวหลักกฏหมายที่น่าสนใจ ข่าวสารกระทรวงแรงงาน ข่าวสารจากสมาคมและชมรมต่างๆ ถามตอบปัญหาด้านHR ถามตอบปัญหาด้านแรงงาน บทความวิชาการ โฆษณา
Copyrights © 2026 All Rights Reserved. worapong.net Version 1.0. Designed by webbeedev.com. +98,745 Times.