Visited +63 Times 07/08/2026 06:08:25
: คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 677-681/2569 (ข้อตกลงการจ่ายเงินตอบแทนพิเศษ)
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 5,20 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง นาย ก (โจทก์) บริษัท ต จำกัด (จำเลย) เรื่อง ข้อตกลงการจ่ายเงินตอบแทนพิเศษ มีนโยบายมาจากจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างที่จะเปลี่ยนรถ ที่มีเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลสำหรับการขนส่งสายสั้นทั้งหมดเป็นรถที่มี เครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG ต่อมาจำเลยยกเลิกรถที่มีเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG เงื่อนไขการจ่ายเงินแรงจูงใจดังกล่าวย่อมหมดไป กรณีไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง ที่ไม่เป็นคุณ จำเลยจึงไม่จำเป็นต้องจ่ายส่วนต่างหรือเงินจูงใจพิเศษซึ่งมีที่มาจากการนำรถ ที่มีเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG มาใช้ในการขนส่งอีก โจทก์ ทั้งห้าสำนวนฟ้องว่า โจทก์ ทั้งห้าเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน บริษัท ต จำกัด ต่อมาจำเลยเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างและไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ขอให้บังคับจำเลย ปฏิบัติตามสภาพการจ้างและข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเดิม และจ่ายเงินที่จำเลยยกเลิกคืนให้แก่โจทก์ทั้งห้า พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การต่อสู้คดีขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานภาค 2 พิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งห้าสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการบริการขนส่งทางบกโดยขนส่งรถยนต์ที่ผลิตใหม่ จากบริษัทไปยังตัวแทนจำหน่ายและท่าเรือสำหรับการส่งออก รถยนต์ที่ใช้ในการขนส่งมีหลายชนิด จำเลยมีสหภาพแรงงานในสถานประกอบกิจการ โจทก์ทั้งห้าเป็นลูกจ้างจำเลยและเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน โจทก์ทั้งห้าทำงานตำแหน่งพนักงานขับรถ มีวันเข้าทำงาน เงินเดือน ค่าอาหาร ค่าขับรถต่อเที่ยวและเงินอื่น จำเลยกับสหภาพแรงงาน มีข้อตกลงเกี่ ยวกับสภาพการจ้าง บริษัทตกลงจ่ายเงินพิเศษ สำหรับ การเดินทางส่งมอบรถยนต์ใหม่ประเภทรถบรรทุก ๔ โหลด จำนวน ๖๐ บาทต่อเที่ยว ตั้งแต่วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เป็นต้นไป ซึ่งอัตราดังกล่าวนั้นไม่รวมถึงการบรรทุกรถรับกลับ แต่ในเดือน มิถุนายน ๒๕๖๕ จำเลยยกเลิก การจ่ายเงินอื่น ๆ แล้ววินิจฉัยว่า เมื่อมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ได้ตกลงจ่ายเงินพิเศษสำหรับ การเดินทางส่งมอบรถยนต์ใหม่สอดคล้องกับเงินแรงจูงใจพิเศษที่จำเลยมีบันทึกภายใน ทั้งข้อความในข้อตกลง เกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับดังกล่าวไม่ได้ระบุถึงรถประเภท ๗ โหลด แต่จำเลยก็ยังคงจ่ายเงินแรงจูงใจพิเศษ ให้พนักงานขับรถบรรทุกเทรลเลอร์ที่ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG ซึ่งหากข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับดังกล่าว ไม่มีที่มาจากการจ่ายเงินแรงจูงใจพิเศษให้พนักงาน ขับรถบรรทุกเทรลเลอร์ จำเลยก็ไม่จำเป็นต้องจ่าย ให้แก่พนักงานขับรถบรรทุกเทรลเลอร์ที่ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG ประเภท ๗ โหลด และ ๘ โหลด ด้วย ซึ่งต่อมา เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน 2๕๕๖ จำเลยมีบันทึกภายในปรับเงินจูงใจพิเศษของรถประเภท ๔ โหลด จาก ๖๐ บาท เป็น ๑๐๐ บาท ตามบันทึกภายใน ต่อมาวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕ จำเลยปรับเงินจูงใจพิเศษ ซึ่งรวมเข้าไว้ในค่าเบี้ยเลี้ยง แม้จะถูกระบุไว้ว่าเป็นเงินอื่น ๆ ตามใบส่งงาน/แบบฟอร์มการเบิกค่าขับรถ แต่เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับรายการสรุปยอดเงินเบี้ยเลี้ยง ประกอบกับเมื่อพิจารณาสรุปยอดเงิน พบว่าในปี 2552 ที่จำเลยยังไม่ได้นำรถเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG มาใช้ ไม่มีการระบุจ่ายเงินพิเศษ CNG ต่อมาปี ๒๕๕๓ มีการระบุในรายการสรุปยอดเงินเบี้ยเลี้ยงว่า ค่าทดลองวิ่ง CNG และได้รับเบี้ยเลี้ยง หรือเงินแรงจูงใจพิเศษตามจำนวนเที่ยว ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเงินตอบแทนจากค่าทดลองวิ่ง CNG เป็นค่า CNG มาโดยตลอด ทั้งเมื่อพิจารณาประกอบกับประกาศของจำเลย เรื่อง เบี้ยเลี้ยงค่าขับ สำหรับรถดีเซลชั่วคราว จำเลยกำหนด เบี้ยเลี้ยงค่าขับโดยให้มีผลบังคับใช้เป็นช่วง ๆ โดยมีการขยายระยะเวลาบังคับใช้เรื่อยมาจนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ เรื่อง เบี้ยเลี้ยงค่าขับ สำหรับรถดีเซลชั่วคราว หากค่าเบี้ยเลี้ยงค่าขับเป็นเงินที่พนักงานขับรถต้องได้รับจากการ ขับรถบรรทุกที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลตามปกติ ย่อมไม่จำเป็นต้องกำหนดระยะเวลาการบังคับใช้ และมีการต่อระยะเวลาการใช้เรื่อยมา ทำให้เชื่อว่าพนักงานขับรถบรรทุกเทรลเลอร์ที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซล ที่วิ่งงานในเส้นทางสายสั้นได้รับประโยชน์ในค่าแรงจูงใจพิเศษเช่นเดียวกับพนักงานขับรถบรรทุกที่ให้เชื้อเพลิง แก๊ส CNG เมื่อพิจารณาตามเงื่อนไขในประกาศดังกล่าว สอดคล้องกับที่ทนายจำเลยแถลงเพิ่มเติมต่อศาล ว่า ช่วงปี ๒๕๖๒ จำเลยมีการนำรถความยาว ๒๕ เมตร ซึ่งใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลมาใช้ขนส่งก็ยังคงให้ประโยชน์ แก่พนักงานขับรถคันดังกล่าวถึงแม้ว่าจะไม่ได้ขับรถ CNG เนื่องจากจำเลยเห็นว่า พนักงานที่ขับรถคันดังกล่าว ไม่สามารถไปขับรถ CNG ได้ จึงให้เงินเพิ่มพิเศษเช่นกัน จึงน่าเชื่อว่าการจ่ายเงินแรงจูงใจพิเศษแม้ว่าจะระบุ เป็นเงินอื่น ๆ เงินพิเศษ. หรือรวมไว้ในเบี้ยเลี้ยงคนขับ ก็มีที่มาจากการจ่ายเงินพิเศษสำหรับพนักงาน ขับรถบรรทุกเทรลเลอร์ที่ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG เมื่อพิจารณาข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างสหภาพแรงงาน ก็ไม่พบข้อตกลงที่เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวเนื่องจากข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง อีกพฤติการณ์แห่งคดีน่าเชื่อว่า ข้อตกลงการจ่ายเงินอื่น ๆ หรือรวมเงินดังกล่าวไว้ในค่าเบี้ยเลี้ยงคนขับ มีแนวคิดมาจากจำเลยมีนโยบายที่จะเปลี่ยนรถ ที่มีเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลสำหรับการขนส่งสายสั้นทั้งหมดเป็นรถที่มีเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG โดยจำเลยจะจ่ายเงินแรงจูงใจให้แก่คนขับรถที่มีเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG จึงเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับ สภาพการจ้างเงื่อนไขการทำงานสำหรับการขับรถที่มีเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG ต่อมาเมื่อจำเลยยกเลิกรถ ที่มีเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG เงื่อนไขการจ่ายเงินแรงจูงใจดังกล่าวย่อมหมดไป กรณีไม่ใช่การเปลี่ยนแปลง สภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณ จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายส่วนต่างหรือเงินจูงใจพิเศษซึ่งมีที่มาจากการนำรถที่มีเครื่องยนต์ ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG มาใช้ในการขนส่งอีก ส่วนข้ออ้างอื่นของโจทก์ทั้งห้าและจำเลยไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย โจทก์ทั้งห้าอุทธรณ์ว่า พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒๐ บัญญัติว่า เมื่อข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับแล้ว ห้ามมิให้นายจ้างทำสัญญาจ้างแรงงานกับลูกจ้าง ขัดหรือแย้งกับข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เว้นแต่สัญญาจ้างแรงงานนั้นจะเป็นคุณแก่ลูกจ้างยิ่งกว่า เมื่อข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ฉบับลงวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๕ ที่จำเลยทำไว้กับสหภาพแรงงาน ที่จ่ายค่าเที่ยวของรถที่ไม่เป็นคุณกับโจทก์ทั้งห้า โดยที่โจทก์ทั้งห้าไม่ยินยอมและสิทธิประโยชน์ ของโจทก์ทั้งห้าที่ได้รับนั้นไม่เท่าเดิม ดังนั้น เมื่อจำเลยยกเลิกการจ่ายเงินค่าเที่ยวให้แก่โจทก์ทั้งห้า จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ได้ทำสัญญาต่อกันไว้ ถือเป็นการประกาศที่ไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย จำเลยให้การต่อสู้ว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ฉบับลงวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๕ มีที่มาจาก การจ่ายเงินแรงจูงใจพิเศษ ซึ่งจำเลยประสงค์จะจ่ายให้แก่พนักงานขับรถบรรทุกเทรลเลอร์ซึ่งต้องผ่าน การฝึกอบรมเป็นพิเศษเท่านั้น โดยไม่ได้จ่ายให้แก่พนักงานขับรถบรรทุกเทรลเลอร์ที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลด้วย ซึ่งศาลแรงงานภาค ๒ รับฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแล้ววินิจฉัยว่า ข้อตกลงการจ่ายเงินอื่น ๆ หรือเงินตอบแทนพิเศษ สำหรับรถ 3 โหลด และรถ 4 โหลด จ่ายเงินอื่น ๆ หรือเงินตอบแทนพิเศษ สำหรับรถ ๗ โหลดและรถ ๘ โหลด หรือรวมเงินดังกล่าวไว้ในค่าเบี้ยเลี้ยงคนขับ มีแนวคิดมาจากจำเลยมีนโยบายที่จะเปลี่ยนรถที่มีเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิง น้ำมันดีเซลสำหรับการขนส่งสายสั้นทั้งหมดเป็นรถที่มีเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG โดยจำเลยจะจ่ายเงินแรงจูงใจ ให้แก่คนขับรถที่มีเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG จึงเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเงื่อนไขการทำงานสำหรับการ ขับรถที่มีเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG ต่อมาเมื่อจำเลยยกเลิกรถที่มีเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG เงื่อนไข การจ่ายเงินแรงจูงใจดังกล่าวย่อมหมดไป กรณีไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณ จำเลยจึงไม่จำเป็น ต้องจ่ายส่วนต่างหรือเงินจูงใจพิเศษซึ่งมีที่มาจากการนำรถที่มีเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG มาใช้ในการขนส่งอีก ดังนั้น ก่อนที่จะวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวของโจทก์ทั้งห้าจะต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงก่อนว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับ สภาพการจ้างดังกล่าวมีที่มาจากการจ่ายเงินแรงจูงใจพิเศษให้แก่พนักงานขับรถบรรทุกเทรลเลอร์ที่ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส หรือ CNG โดยไม่ได้จ่ายให้แก่พนักงานขับรถบรรทุกเทรลเลอร์ที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลด้วยหรือไม่ เมื่อศาลแรงงาน ภาค ๒ วินิจฉัยแล้วว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับการจ่ายเงินพิเศษตามที่โจทก์ทั้งห้าฟ้องมีแนวคิดมาจากจำเลยมีนโยบาย ที่จะเปลี่ยนรถที่มีเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลสำหรับการขนส่งสายสั้นทั้งหมดเป็นรถที่มีเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิง แก๊ส CNG โดยจำเลยจะจ่ายเงินแรงจูงใจให้แก่คนขับรถที่มีเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG จึงเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับ สภาพการจ้างเงื่อนไขการทำงานสำหรับการขับรถที่มีเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG เท่านั้นไม่เกี่ยวกับพนักงาน ขับรถบรรทุกเทรลเลอร์ที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลด้วย แม้จำเลยมีประกาศและบังคับใช้เงื่อนไขการจ่ายเงินพิเศษ ให้แก่ลูกจ้างจำเลยที่ขับรถบรรทุกที่มีเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG มาเป็นเวลานานแต่เมื่อจำเลยยกเลิกรถที่มี เครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG กลับมาใช้รถบรรทุกที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซลทั้งหมดเงื่อนไขการจ่ายเงินแรงจูงใจดังกล่าว ย่อมหมดไป กรณีจึงไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงสภาพการที่ไม่เป็นคุณแก่โจทก็ทั้งห้าตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒๐ นั้น อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งห้าดังกล่าวล้วนแต่เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟัง พยานหลักฐานของศาลแรงงานภาค ๒ เพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมาย อันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ์ คดีชำนัญพิเศษไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งห้า
อ้างอิง: กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
กดเข้าร่วมรับข่าวสาร HR ฟรี ! › เพื่อปรึกษาและสอบถามปัญหา HR กับ วรพงษ์ รวิรัฐ และผู้เชี่ยวชาญจาก HR's NEWS โดยตรงใน LINE OPENCHAT
ข่าวล่าสุด
|
AI + HUMAN + ESG กับแนวคิดการบริหารแบบญี่ปุ่นเพื่อการพัฒนาองค์กรและทรัพยากรมนุษย์ ในยุค AI
07/08/2026 | โดย ดร.เอิบ พงบุหงอ
|
|
ปี 2569 ธุรกิจเจ๊งระนาว
07/08/2026 | ที่มา: กระทรวงพาณิชย์
|
|
ตามคำเรียกร้อง! แนวทางการพิจารณาอนุมัติการลา สำหรับหัวหน้างาน
07/08/2026 | วรพงษ์ รวิรัฐ
|
|
โครงการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับเงินสะสมและเงินสมทบเงินสงเคราะห์ลูกจ้าง ผ่านระบบออนไลน์
07/08/2026 | กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
|
|
:
ใบสมัครงานเป็นสัญญาจ้างหรือไม่?
07/08/2026 | วรพงษ์ รวิรัฐ
|
ข่าวยอดนิยม
|
ราชกิจจานุเบกษา ประกาศกฎใหม่ รปภ. ทำงานเกิน 8 ชั่วโมง ต้องได้รับค่าโอที 1.25 เท่าหลังทำงาน 8 ชม. 2.5 เท่าในวันหยุด มีผลบังคับใช้ 24 เมษายน 2569
04/10/2025 | วรพงษ์ รวิรัฐ
|
|
:
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 1338/2563
04/10/2025 | วรพงษ์ รวิรัฐ
|
|
:
นายจ้างสามารถบังคับให้ลูกจ้างตรวจหาสารเสพติดได้หรือไม่?
05/09/2025 | วรพงษ์ รวิรัฐ
|
|
ประเด็นข้อกฎหมายแรงงาน ที่อาจจะทำให้ผู้ฝ่าฝืนได้รับโทษ จำคุก หรือ ทั้งจำทั้งปรับ : วิเคราะห์และกรณีศึกษา
05/01/2026 | แบบฟอร์มลงทะเบียน
|
|
:
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5307/2567 (2)
04/10/2025 | วรพงษ์ รวิรัฐ
|
แนวคำพิพากษาศาลฏีกาและแนวหลักกฏหมายที่น่าสนใจ (13,953)
|
:
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 711/2569 (ลูกจ้างมีพฤติกรรมไม่เคารพกรรมการบริษัทและยังโต้เถียงลูกค้า)
07/08/2026 | วรพงษ์ รวิรัฐ
|
|
:
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 710/2569 (ทราบคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานแล้ว แต่ไม่ปฏิบัติตาม)
07/08/2026 | วรพงษ์ รวิรัฐ
|
|
:
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 677 681/2569 (ข้อตกลงการจ่ายเงินตอบแทนพิเศษ)
07/08/2026 | อ้างอิง: กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
|
|
:
คำพิพากษาอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 48/2560 (สิทธิการลาป่วย ลากิจ ลูกจ้างมีสิทธิ์ แต่ต้องใช้ให้เหมาะสม)
02/07/2026 | วรพงษ์ รวิรัฐ
|
|
:
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5107/2561 (ขาดงานเกิน 3 วัน นายจ้างเลิกจ้างได้)
02/07/2026 | วรพงษ์ รวิรัฐ
|
วรพงษ์ รวิรัฐ เลขที่ 24 ซ.สุดประเสริฐ 2 ถนนสุทธิสาร-วินิจฉัย แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
ข่าวแรงงานสัมพันธ์ ข่าวประกันสังคม แนวคำพิพากษาศาลฏีกาและแนวหลักกฏหมายที่น่าสนใจ ข่าวสารกระทรวงแรงงาน ข่าวสารจากสมาคมและชมรมต่างๆ ถามตอบปัญหาด้านHR ถามตอบปัญหาด้านแรงงาน บทความวิชาการ โฆษณา
Copyrights © 2026 All Rights Reserved. worapong.net Version 1.0. Designed by webbeedev.com. +99,944 Times.